นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones)

◉ โรคนิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคในระบบทางเดินอาหารที่สามารถเกิดขึ้นได้และมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตหากไม่รีบรักษา ส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย


ถุงน้ำดี (Gallbladder)
นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones)
◉ โรคนิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคในระบบทางเดินอาหารที่สามารถเกิดขึ้นได้และมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตหากไม่รีบรักษา
ส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยพบได้ตั้งแต่อายุ 30 – 50 ปี ความน่าสนใจของโรคนี้คือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารจึงหายามารับประทานเอง จนกระทั่งอาการรุนแรงจึงมารับการรักษา เพราะฉะนั้นการรู้ทันโรคนิ่วในถุงน้ำดีจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย
◉ หน้าที่ของถุงน้ำดี
ถุงน้ำดี (Gallbladder) คือ อวัยวะบริเวณช่องท้องที่ทำหน้าที่ในการกักเก็บน้ำดี ทำให้น้ำดีเข้มข้นเพื่อพร้อมสำหรับย่อยไขมัน
◉ รู้จักโรคนิ่วในถุงน้ำดี
นิ่วในถุงน้ำดี (Gall Stone) เป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุด
เกิดจากการตกผลึก ตกตะกอนของหินปูน (แคลเซียม) คอเลสเตอรอล และบิลิรูบิน (สารเคมีชนิดหนึ่งที่ให้สีเหลืองออกน้ำตาล เกิดจากการแตกตัวหรือการตายของเซลล์เม็ดเลือดแดงในหลอดเลือด) ที่มีอยู่ในน้ำดี ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการตกผลึกของสารเหล่านี้ เชื่อว่าเกิดจากการติดเชื้อของทางเดินน้ำดี และความไม่สมดุลของส่วนประกอบคอเลสเตอรอลและบิลิรูบินในน้ำดี  การตกผลึกของสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดเป็นก้อนนิ่วเพียงก้อนเดียว หรือก้อนเล็กๆ หลายๆ ก้อน
◉ โดยลักษณะ นิ่วมี 3 ประเภท ได้แก่
➤ นิ่วจากคอเลสเตอรอล (Cholesterol Stones) อาจเป็นสีเหลือง ขาว เขียวเกิดจากการตกตะกอนไขมัน เนื่องจากคอเลสเตอรอลเพิ่มมากขึ้นในถุงน้ำดี
➤ นิ่วจากเม็ดสี (Pigment Stones) อาจเป็นสีคล้ำดำ เกิดจากความผิดปกติของเลือด โลหิตจาง ตับแข็ง
➤ นิ่วโคลน (Mixed Gallstones) เป็นคล้ายโคลน เหนียว หนืด เกิดจากการติดเชื้อใกล้ตับ ท่อน้ำดี ตับอ่อน
◉ อาการบอกโรคนิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หรือมีบางอาการ แต่ไม่ครบทุกอาการดังต่อไปนี้
➤ ท้องอืด
➤ แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยหลังทานอาหารไขมันสูง เป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง
➤ ปวดใต้ลิ้นปี่ / ชายโครงด้านขวา
➤ ปวดร้าวที่ไหล่ / หลังขวา
➤ คลื่นไส้อาเจียน (ถุงน้ำดีติดเชื้อ)
➤ มีไข้หนาวสั่น
➤ ดีซ่าน / ตัว – ตาเหลือง  (เมื่อก้อนนิ่วอุดในท่อน้ำดี)
➤ ปัสสาวะสีเข้ม  (เมื่อก้อนนิ่วอุดในท่อน้ำดี)
➤ อุจจาระสีขาว (เมื่อก้อนนิ่วอุดในท่อน้ำดี)
◎➣ ทั้งนี้ก้อนนิ่วที่ตกตะกอนอาจมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายหรือใหญ่เท่าลูกกอล์ฟ จำนวนมีได้ตั้งแต่หนึ่งก้อนไปจนถึงหลายร้อยก้อนได้ หากมีขนาดใหญ่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดมะเร็งถุงน้ำดีได้
◉ กลุ่มเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดี

➣ พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 1-2 เท่า
➣ เพศหญิง 40 ปีขึ้นไป
➣ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
➣ ภาวะอ้วน น้ำหนักมาก
➣ ผู้ที่มีระดับคลอเรสเตอรอลสูง
➣ โรคเบาหวาน
➣ โรคเลือด โลหิตจาง ธาลัสซีเมีย
➣ ตั้งครรภ์หลายครั้ง
➣ กินยาคุมกำเนิด
➣ ทานฮอร์โมนจากภาวะหมดประจำเดือน
➣ ผู้ที่อดอาหาร (ถือศีลอด) หรือลดน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว
➣ ทานยาลดไขมันในเลือดบางชนิด
➣ พันธุกรรม มีประวัติคนในครอบครัว
◉ การป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี
➣ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
➣ ควบคุมน้ำหนัก และระดับน้ำตาลในเลือด และระดับคอเลสเตอรอล
➣ ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งเป็นอย่างน้อย ครั้งละ 20-30 นาที


◉ อาหารเพื่อสุขภาพป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี
➤ ทางเลือกหนึ่งที่อาจลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้...

✔ กลูโคแมนแนน

✔ สารสกัดจากชาเขียว อีจีซีจี

✔ เลซิติน





View all ...