ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

โรคหรือภาวะที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นระยะเวลายาวนานไม่ว่าจะเป็นเบียร์ หรือสุรา ➢ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าวันละ 80 กรัมหรือ 5 หน่วย เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี สามารถที่จะก่อให้เกิดตับแข็งได้


◉ เครื่องดื่มที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์นั้นมีหลายประเภท
➤ เครื่องดื่มเบียร์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 4 กรัมต่อเบียร์ 100 มิลลิลิตร (หรือ ซีซี) หรือจะเรียกว่า 4 ดีกรี ดื่มเบียร์: 1 กระป๋อง จะได้รับแอลกอฮอล์ประมาณ 13 กรัม
➤ เหล้าขาว 30 ดีกรีก็คือ 30 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร
➤ เครื่องดื่มไวน์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ 12 กรัม ต่อไวน์ 100 มิลลิลิตร: ไวน์ 1 แก้วปกติ (แก้วไวน์) จะได้รับแอลกอฮอล์ประมาณ 12 กรัม
➤ เครื่องดื่มที่เป็นวิสกี้ มีปริมาณแอลกอฮอล์ 40 กรัม ต่อวิสกี้ 100 มิลลิลิตร: วิสกี้ 2 ฝา จะให้แอลกอฮอล์ประมาณ 15 กรัม
◉ โรคหรือภาวะที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นระยะเวลายาวนานไม่ว่าจะเป็นเบียร์ หรือสุรา
➢ ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าวันละ 80 กรัมหรือ 5 หน่วย เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี สามารถที่จะก่อให้เกิดตับแข็งได้
➢ โดยปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ดีพอที่จะอธิบายว่าเพราะเหตุใด ผู้ที่บริโภคแอลกอฮอล์จำนวนมากจึงมิได้เป็นตับแข็ง
◎➢ คำเตือน!! คนที่ตับแข็งไปแล้วอาจไม่รู้ตัวอยู่ว่าป่วยเพราะจะยังไม่มีอาการใด ๆ จนกว่าจะมีภาวะแทรกซ้อนแล้วจึงรู้
◉ โรคตับพอจะแบ่งออกได้เป็น 3 แบบด้วยกันได้แก่
1. ➤ ไขมันสะสมในตับ เป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้น มีการสะสมของไขมันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง triglyceride เพิ่มขึ้นในเซลล์ตับ ผู้ป่วยในระยะนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่มีอาการใดๆ การตรวจร่างกายอาจพบว่าตับมีขนาดใหญ่ ผิวเรียบ นุ่ม และกด ไม่เจ็บ การตรวจเลือดอาจพบความผิดปกติเล็กน้อย ผู้ป่วยในระยะนี้ถ้าหยุดดื่มสุราตับจะสามารถกลับเป็นปกติโดยไม่มีพยาธิสภาพตกค้างอยู่แต่อย่างใด ในกรณีซึ่งยังดื่มอยู่ก็จะมีการลุกลามของโรคไปในระยะ ที่ 2
2. ➤ ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ ในระยะนี้ เป็นระยะซึ่งผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ได้ด้วยอาการหลายแบบ ตั้งแต่ที่มีอาการน้อย เช่น จุกแน่นที่บริเวณชายโครงด้านขวา ไปจนถึงมีอาการรุนแรง เช่น อาการดีซ่าน ไข้สูง หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางสติสัมปชัญญะตลอดจนตับวายได้ บางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการทางสมอง ได้แก่ อาการสับสน วุ่นวาย หรือ อาจหมดสติได้ ผู้ป่วยในระยะนี้ถ้ามีอาการดีซ่านมาก หรือมีการเสื่อมหน้าที่การทำงานของตับจนอาจเกิดตับวาย จะเป็นกลุ่มผู้ที่มีโอกาสเสียชีวิตได้สูง
➢ นอกจากนี้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีภาวะขาดสารอาหารและไวตามิน การตรวจร่างกายในระยะนี้มักพบว่าตับจะมีขนาดใหญ่และกดเจ็บ เนื้อของตับเริ่มจะแข็งกว่าระยะแรก ผู้ซึ่งหยุดดื่มเหล้าในระยะนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักจะอาการดีขึ้นและอาจกลับเป็นปกติได้ สำหรับผู้ที่ยังดื่มต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ก็จะมีโอกาสลุกลามเข้าไปสู่ระยะที่ 3 ที่เรียกว่าตับแข็ง การรักษาคือการหยุดดื่มโดยเด็ดขาด และได้รับอาหารและไวตามินเสริมอย่างเพียงพอ
3. ➤ ตับแข็งจากแอลกอฮอล์ เป็นระยะสุดท้ายที่พบว่ามีผังผืดเกิดขึ้นในเนื้อตับ ทำให้ตับมีลักษณะผิวไม่เรียบ ขรุขระ เป็นก้อน และมีขนาดเล็กลงในระยะสุดท้าย ผู้ป่วยในระยะนี้มักจะมาพบแพทย์ได้ด้วยอาการดีซ่าน ท้องมาน หรืออาเจียนเป็นเลือดสดๆ เนื่องจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารแตก เป็นต้น
➢ นอกจากนี้ผู้ที่เป็นตับแข็งยังจะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งของตับเพิ่มขึ้นอีกด้วย ผู้ที่หยุดดื่มในระยะนี้ตับจะมีการเสียหายอย่างถาวร และจะไม่สามารถกลับเป็นตับปกติได้อีก การหยุดดื่มจะช่วยป้องกันมิให้เกิดการเสียหายต่อเนื้อตับเพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แล้ว แต่คงจะไม่สามารถทำให้ตับกลับดีตามเดิมได้
➢ การรักษาที่สำคัญของผู้ป่วยกลุ่มนี้คือ การหยุดดื่มโดยถาวร และรับประทานอาหารที่มีคุณค่า
◎➢ ตับแข็งนาน ๆ มีโอกาสเกิดมะเร็งตับแทรกซ้อนได้ง่ายกว่าคนปกติ
◎➢ ผู้หญิงจะเกิดเป็นทั้งตับอักเสบ และ ตับแข็งได้เร็วกว่า แม้ว่ากินน้อยกว่าผู้ชาย
◎➢ ผู้หญิงจะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่าในขณะที่กินเท่ากันกับผู้ชาย อธิบายจากผู้หญิงมีการกระจายของกล้ามเนื้อ ไขมันต่อแอลกอฮอล์น้อยกว่าผู้ชาย และผู้หญิงมีการดูดซึมแอลกอฮอล์มากกว่าผู้ชาย
◎➢ คนผอมจะเกิดโรคตับเร็วกว่าคนที่อ้วนกว่า
◎➢ ไวรัสตับอักเสบซี ห้ามดื่มเหล้าเด็ดขาด ไวรัสตับอักเสบบีก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้าด้วย
◎➢ การดื่มขณะท้องว่าง ดื่มพร้อมอาหารไขมัน, ดื่มไม่ผสม, ดื่มหนักเป็นพัก ๆ, ไวน์ขาวแย่กว่าไวน์แดง (ทางการแพทย์อาจให้ ผู้ชาย 3 หน่วย ผู้หญิง 2 หน่วยในรายที่พบว่าไม่มีโรคตับใด ๆ เลย)
◉ การดื่มเหล้ามีพิษต่อตับได้อย่างไร
➤ การเกิดตับอักเสบ ผ่านทางพิษจาก alcohol ซึ่งมีได้ 2 อย่างคือ
➢ การอักเสบจากไขมัน
➢ การอักเสบจากโปรตีนในตับเป็นพิษ
➤ การเกิดตับอักเสบ ผ่านทางภูมิต้านทาน คล้าย ๆ โรคภูมิแพ้ของอวัยวะอื่น และการอักเสบในตับ
◎➢ โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกิดจากแอลกอฮอล์
➢ ระบบสมอง ระบบประสาท: ได้แก่ภาวะมือสั่น สับสนตกใจง่าย, ตากลอกผิดปกติ, เวียนศีรษะ งง, มีอ่อนแรงแขนขา, ตะคริวง่าย เป็นต้น
➢ ระบบทางเดินอาหาร: เช่น กระเพาะอักเสบ, อาจเป็นโรคมะเร็งของคอ กล่องเสียง หลอดอาหารได้ง่ายกว่าคนปกติได้, ท้องเสีย, ภาวะการดูดซึมอาหารผิดปกติ, ภาวะตับอ่อนอักเสบ ภาวะท้องเสีย ถ่ายเป็นไขมัน เป็นต้น
➢ โรคหัวใจ: อาจมีหัวใจเต้นผิดปกติ, โรคเส้นเลือดหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจโต
➢ ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ: ภาวะน้ำตาลสูงง่าย บางรายอาจเป็นเบาหวานได้ด้วย, ภาวะไขมันสูงผิดปกติ, เกลือแร่ มักเนเซียมต่ำ, ฟอสเฟตต่ำ, ภาวะกรดคีโตนสูง, ภาวะเป็นหมัน
➢ โรคระบบเลือดผิดปกติ เช่นภาวะซีด เม็ดเลือดขาวต่ำ และ เกร็ดเลือดต่ำ หรือ สูง
◉ การรักษาภาวะตับอักเสบจากการดื่มแอลกอฮอล์ มีอะไรบ้าง
➢ การรักษาที่ดีที่สุดคือ การหยุดเหล้า
➢ ควรได้รับสารอาหารให้เพียงพอและเหมาะสมประกอบการรักษาด้านอื่น ๆ
◉➤ โรคตับเหล่านี้ควรมีการตรวจเลือดเช็คการทำงานของตับเป็นระยะ ถ้าเจาะเลือดแล้วพบว่าเอนไซม์ SGOT, SGPT ผิดปกติคือ มากกว่า 40 IP แสดงว่าตับกำลังมีการอักเสบมาก ให้จัดเป็นเสมือนกลุ่มโรคตับอักเสบรุนแรง
◉➤ ถ้าแพทย์แนะนำว่าตับอักเสบมาก ให้หยุดดื่มเหล้า ควรให้หยุดดื่มเหล้าเสมอ เพราะแสดงว่าเป็นมากแล้ว อาหารเสริมอาจจะไม่ช่วย ถ้าไม่หยุดดื่ม


◉ อาหารเพื่อสุขภาพผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
➤ ทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยป้องกัน โรคหรือภาวะที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้...

✔ วิตามินรวมและแร่ธาตุ (ชาย)

✔ วิตามินรวมและแร่ธาตุ (หญิง)

✔ โคลีน และวิตามิน บี

✔ งาดำ

✔ ถั่งเช่า (ชาย)

✔ ถั่งเช่า (หญิง)

✔ น้ำทับทิม

✔ สาหร่ายสไปรูลิน่า

✔ เลซิติน

✔ วิตามินซี

✔ เรสเวอราทอล (สารสกัดจากเปลือกองุ่นแดง)

✔ น้ำสมุนไพรรวมจากสมุนไพรฤทธิ์เย็น, เย็นกลาง, ร้อน, อุ่น

✔ วิตามินซี, อะเซโรล่า เชอร์รี่, เบต้า-กลูแคน, ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์, สารสกัดจากเห็ดหลินจือ, เห็ดยามาบูชิตาเกะ, เห็ดไมตาเกะ





View all ...