สมอง...อวัยวะที่สำคัญและสลับซับซ้อนที่สุด
     ทุกอวัยวะในร่างกายมีความสำคัญ สำหรับสมองมีหน้าที่ในการรับรู้ คิด จดจำสิ่งต่างๆ การฝึกฝนการรับรู้ คิด ความจำ การออกกำลังกายสมองดูแลสุขภาพ นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสมองทำสิ่งต่างๆ ดีขึ้นแล้ว ยังชะลอความเสื่อมถอย ลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม 
   
        กิจกรรมทางกาย แนะนำขยับตัวให้มาก ออกกำลังกาย
 เดินเล่น ทำงานบ้าน ปั่นจักรยาน สร้างความแข็งแรงให้ระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกาย ทั้งสมอง หัวใจ กระดูกกล้ามเนื้อ 
         ลดโอกาสเกิดโรคเรื่อรัง ภาวะซึมเศร้าและสมองเสื่อม 
การดูแลเรื่องโภชนาการ อาหารประกอบด้วย ผัก ผลไม้ ปลาเป็นหลัก ทานอาหารพื้นเมืองที่หาง่าย กินอย่างสมดุล ครบ 5 หมู่ 
ไม่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา 
          จัดการภาวะความดันโลหิตสูง เพราะมีผลกระทบต่อหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง เมื่อหลอดเลือดมีปัญหา ก็เกิดภาวะสมองเสื่อมได้ แนะนำจัดการภาวะความดันโลหิตสูงให้อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาความจำบกพร่อง หรือสมองเสี่อมได้ 
        ฝึกฝนเพิ่มพลังสมอง สร้างการรับรู้ จดจำ การใช้สมอง คิดอะไรที่เป็นหมวดหมู่ มีความสำคัญต่อการสร้างเสริมการรับรู้ ที่สำคัญสมองต้องได้พัก การนอนหลับอย่างเพียงพอ มีความสำคัญ การอ่านหนังสือ การเขียนหนังสือ มีส่วนสำคัญช่วยฝึกความจำ ช่วยการคิด การเขียน ช่วยกระตุ้นสมองอักษรแต่ละตัวที่เขียนขึ้น หรือจับปากกา ดินสอ ช่วยให้สมองฝึกฝน เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มพลังสมอง ทำสี่งต่างๆได้ดีเพิ่มขึ้น




              สมอง...อวัยวะที่สำคัญและสลับซับซ้อนที่สุด ทำหน้าที่ไม่ต่างจากศูนย์บัญชาการควบคุมการทำงานของทุกส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะต่าง ๆ การเคลื่อนไหว ความคิด ความจำ ประสาทรับรู้หรือพฤติกรรมการตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว 
              ในสมองของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์ประสาท (Neuron) จำนวนมาก มีบทบาทสำคัญที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว พฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย (Homeastasis) รวมถึงการรู้ (Cognltion) อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้การเคลื่อนไหว
              สมองเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ที่มีความสำคัญมาก โดยสมองของมนุษย์มีระบบซับซ้อนมากที่สุด สมองแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ สมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง และสมองส่วนท้าย แต่ละส่วนจะมีหน้าที่สำคัญแตกต่างกันไป
ความผิดปกติของสมองที่พบบ่อย ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ สมองได้รับการกระทบกระเทือน โรคสมองอักเสบ และ
โรคเนื้องอกสมอง                                                                                                                                        


โรคสมองอักเสบ (Encephalitis)
มักเกิดจากการติดเชื้อ เช่น ไวรัส ทำให้เนื้อสมองเกิดความบาดเจ็บเสียหาย อาการที่พบได้ระยะแรกคือ มีไข้สูง ปวดศีรษะมาก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย
หากรักษาไม่ทันจะมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น สับสน มึนงง กล้ามเนื้อบางส่วนหมดความรู้สึก มีปัญหาด้านการพูด การได้ยิน ไปจนถึงขั้นหมดสติ

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke or cerebrovascular accident)
สาเหตุมักเกิดจากการมีไขมันในเลือดสูง เป็นโรคอ้วน และความดันโลหิตสูง ทำให้หลอดเลือดสมองอุดตันและแข็งตัว
จนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอทำให้เส้นเลือดสมองตีบได้และหากรุนแรงอาจถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตก

โรคอัลไซเมอร์ (Alzimer’s disease)
เป็นโรคสมองเสื่อมประเภทหนึ่ง สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของเซลล์สมองตามธรรมชาติ มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการเรียนรู้
ความจำเลอะเลือน เนื่องจากสมองส่วนดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

                                                                                                                                                                            การทำงานของสมอง   สมองเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวของมนุษย์ โดยมีน้ำหนักถึงราว 1.4 กิโลกรัม ภายในสมองจะประกอบด้วยเซลล์ประสาทมากถึง 90%      สมองได้รับการปกป้องอย่างดีด้วยกะโหลกศีรษะที่มีความหนา
           ➤ สมองผู้ใหญ่โดยเฉลี่ยแล้ว มีเซลล์สมองจำนวน นับ 1 แสนล้านเซลล์ ซึ่งแต่ละเซลล์จะมีแขนงที่เชื่อมต่อกันกลายเป็นร่างแหขนาดใหญ่ และซับซ้อน  เมื่อได้รับข้อมูล หรือสิ่งกระตุ้นจากภายนอก เซลล์สมองจะส่งข้อมูลเป็นกระแสไฟฟ้าผ่านทางจุดส่งกระแสประสาทของเซลล์ เรียกว่า"ปลายประสาทแอกซอน (Axon)" ไปยังจุดรับกระแสประสาทของเซลล์ข้างเคียงที่เรียกว่า "ปลายประสาทเดนไดรท์ (Dendrite)"   
            ➤ สมองของมนุษย์เป็นอวัยวะที่ยืดหยุ่น เครือข่ายการเชื่อมโยงของเซลล์สมองจึงเพิ่มขึ้น ซับซ้อนขึ้น และเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้ตามการเรียนรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับ ทำให้มนุษย์สามารถปรับตัวได้ตลอดเวลา

สมองส่วนหน้า – Forebrain
เป็นส่วนขนาดใหญ่ที่สุด มีความหยักเยอะมากที่สุด สามารถแบ่งได้อีกหลายส่วน เช่น… Cerebrum มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับรู้ข้อมูล รวมทั้งการเรียนรู้ประมวลผล
ทางประสาทสัมผัส เช่น การมองเห็น , ภาษา , การสื่อสาร , การคิด ,ส่วนของความทรงจำ เป็นต้นทำหน้าที่เกี่ยวกับการดมกลิ่น    สมองส่วนหน้าทำหน้าที่ควบคุม
อุณหภูมิของร่างกาย การเต้นของหัวใจ ความดันเลือดและความต้องการพื้นฐานของร่างกาย เช่น น้ำ อาหาร การพักผ่อน
ความต้องการทางเพศ และการสร้างฮอร์โมนหลายชนิด ซึ่งควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมองส่วนหน้า

สมองส่วนกลาง – Midbrain
ส่วนนี้ใช้ในการรับ – ส่ง กระแสประสาทระหว่างสมองส่วนหน้าและสมองส่วนท้าย อีกทั้งยังทำหน้าที่เกี่ยวกับการมองเห็น , การเคลื่อนไหวของลูกตา
และการได้ยิน  สมองส่วนกลาง พอนส์ และเมดัลลาออบลองกาตา รวมเรียกว่า ก้านสมอง (brain stem) ซึ่งภายในก้านสมองจะมีกลุ่มเซลล์ประสาทและใยประสาทเชื่อมโยงระหว่าง
เมดัลลาออบลองกาตากับทาลามัส ทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมการนอนหลับ ความรู้สึกตื่นตัว หรือความมีสติสัมปชัญญะ เรียกว่า เร็ตติคิวราแอกติเวติ้ง ซีสเต็ม (reticular activating system)


สมองส่วนท้าย (Hind brain)ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก
ซีรีเบลลัม (Cerebellum) ทำหน้าที่ควบคุมการทรงตัว และควบคุมกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวให้ราบรื่น
พอนส์ (Pons) เป็นส่วนที่อยู่ติดกับสมองส่วนกลาง ทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ควบคุมการเคี้ยวอาหาร หลั่งน้ำลายและน้ำตาการเคลื่อนไหวใบหน้าและ
การแสดงออกทางสีหน้า การรับความรู้สึกของใบหน้า เช่น การสัมผัสและความเจ็บปวด หรือควบคุมการหายใจ
เมดัลลาออบลองกาตา (Medulla oblongata) เป็นส่วนที่อยู่ท้ายสุดติดกับไขสันหลัง ควบคุมการทำงานของระบบ
ประสาทเหนืออำนาจจิตใจ เช่น การหายใจ การเต้นของหัวใจ การย่อยอาหาร หรือการยืดและหดตัวของเส้นเลือด
    
 ➤ ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการป้องกันโรคสมองเสื่อมนี้ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตัวบางอย่างอาจช่วยให้สมองมีความจำที่ดีได้การพยายามฝึกให้สมองได้คิดบ่อย ๆ เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือบ่อยๆ คิดเลข เล่นเกมส์ตอบปัญหา
ฝึกหัดการใช้อุปกรณ์ ใหม่ ๆ และการทานอาหารเสริมที่ช่วยดูแลคุณตั้งแต่วันนี้ 
สมองดีเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมก่อนวัย และทำอย่างไรจึงจะทำให้สมองยังคงดีอยู่กับเราตลอดชีวิต

บาโคพา หรือพรมมิ

ฟื้นฟูความจำในวัยสูงอายุ

กระตุ้นการเรียนรู้ ความจำในเด็ก

จิงโก้ แป๊ะก๊วย

เพิ่มความจำในวัยสูงอายุ

ช่วยในอาการสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์
                                             

                                            DHA ในน้ำมันปลาช่วยบำรุงสมองได้อย่างไร ?
➤ในประเทศญี่ปุ่นช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผลงานวิจัยแสดงผลอย่างชัดเจนว่า สาร DHA ในน้ำมันปลามีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง โดยสาร DHAจะช่วยบำรุงสมองให้ทำงานดีขึ้น DHA ผ่านเข้าไปในสมองและเสริมสร้างการเจริญเติบโต ของปลายประสาทที่เรียกว่า
Dendrite บริเวณของ Dendrite   นี้จะทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและผ่านข้อมูลระหว่าเซลล์สมองด้วยกัน ดังนั้นจึงมีการแนะนำให้รับประทานเนื้อปลา 
                                            น้ำมันปลาแตกต่างจากน้ำมันตับปลาอย่างไร ?
   คนไทยเรารู้จัก “ น้ำมันตับปลา ” มาเป็นเวลานาน โดยใช้เป็นอาหารเสริมซึ่งมีวิตามินที่สำคัญคือ วิตามินเอ และ ดี น้ำมันตับปลาเป็นน้ำมันที่สกัดจากตับปลาทะเลบางชนิด เช่น ปลาคอด (COD) 
             ส่วนน้ำมันปลาที่เราจะกล่าวถึงนี้ไม่ใช่น้ำมันตับปลาแต่เป็นน้ำมันที่สกัดมา จากส่วนหัวหรือเนื้อปลาทะเลในน้ำมันปลานี้จะอุดม
ไปด้วยกรดไขมันจำเป็น ซึ่งร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ กรดไขมันจำเป็นชนิดนี้เป็นกรดไขมันประเภทไม่อิ่มตัว
มีชื่อเรียกว่า “ โอเมก้า- 3 ” ซึ่งมีอยู่มากในน้ำมันปลาเป็นปริมาณมาก
                                                        น้ำมันปลาประกอบด้วยอะไรบ้าง ?
     น้ำมันปลาประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็นประเภทโอเมก้า 3 อยู่มาก ซี่งในกลุ่มของโอเมก้า 3 นั้นเรายังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ที่สำคัญคือ

กรดโดโคซาเฮกอีโนอิก (Docosahexaenoic Acid)หรือDHA

กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (Eicosapentaennoic Acid) หรือ EPA

น้ำมันปลาที่มีสัดส่วนของEPA:DHA เป็น 1:5 เช่น มีEPA 100 มก. และ DHA 500 มก. หรือมีDHA มากกว่าสูตรปกติถึง 4 เท่า

จะเน้นการส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง เพิ่มการเรียนรู้และจดจำ รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเกิดอัลไซเมอร์ด้วย

                         
                     โคลีนเป็นสารอาหารสำคัญตัวหนึ่ง ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีความสำคัญต่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างของผนังเซลล์    โคลีนเป็นสารตั้งต้นหลักในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า อะเซททิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่ง Acetylcholine
นี้เป็นสารสื่อประสาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความจำ การควบคุมกล้ามเนื้อ และหน้าที่อื่นๆ อีกหลายอย่าง
ดังนั้น โคลีนจึงมีผลต่อกระบวนการส่งกระแสประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำและการรับรู้ เรียกได้ว่ามีบทบาทในพัฒนาการด้านการเรียนรู้โดยเฉพาะระบบความจำ      รวมถึงมีการศึกษาในการใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s disease) ด้วย       ➤ คุณสมบัติของโคลีน เป็นสารอาหารที่จำเป็น และช่วยในการทำงานของระบบประสาท เช่น ความจำและการทำงานของกล้ามเนื้อ

                                                   วิตามินบี –คอมเพล็กซ์ คืออะไร
       วิตามินบี-คอมเพล็กซ์ หรือ วิตามินบีรวม เป็นกลุ่มของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อเส้นประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะ ต่างๆ ช่วยบำรุงร่างกาย ผิวหนังและ   ระบบประสาท วิตามินบีรวมประกอบด้วย วิตามินบี 1 (Thiamine) วิตามินบี 2 (Riboflavin) วิตามินบี 3 (Niacin) วิตามินบี 5 (Pantothenic acid) วิตามินบี 6 (Pyridoxine) วิตามินบี 12 (Cyanocobalamin) 

  ➤ นอกจากนี้ยังมีกรดโฟลิค (Folicacid)โคลีน (choline) อิโนซิทอล (inosltol) และ ไบโอติน (Biotin) อีกด้วย 
   
  โคลีน เป็นสารจำเป็นต้องกินทุกวัน ร่างกายสร้างเองไม่ได้                 
                      
ช่วยในการทำงานของตับให้เป็นปกติ ผู้ที่เป็นโรคไขมันเกาะตับ

 โคลีน และวิตามินบี บำรุงสมองและระบบประสาทใช้ได้กับทุกคน                                                                                       
ช่วยในการคิด อ่าน การเรียนรู้ที่ดี


                                                                                                
                                                                                           
          
              ➤  ปัญหาใหญ่ของคนยุคใหม่ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากโรคเรื้อรังบางโรค เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด ความดันโลหิตสูง และปัญหาทางด้านจิตใจ    ความเครียดความกังวลต่างๆ อาการนอนไม่หลับ หลับยาก หลับๆ ตื่นๆ จนพักผ่อนไม่เพียงพอ
     ➤  ซึ่งแน่นอนว่ากระทบต่อการใช้ชีวิต คุณจะรู้สึกอ่อนเพลียในระหว่างวัน และเป็นสาเหตุให้มีปัญหาในการทำงานได้ 
ซึ่งพบถึง 1/3 ของประชากรที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนไม่หลับ  และมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 ต่อ 1 และพบบ่อยขึ้นตามอายุ ทำความรู้จักโรคนอนไม่หลับ (Insomnia)
                       โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) คือ โรคที่มีความผิดปกติในวงจรการหลับ โดยสามารถแบ่งเป็นชนิดของการนอนไม่หลับ 3 ชนิดใหญ่คือ
➤ชนิดที่1 หลับยาก : จะมีอาการหลับได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาเป็นชั่วโมง
➤ชนิดที่ 2 หลับไม่ทน : มักตื่นกลางดึก เช่น หัวค่ำอาจพอหลับได้ แต่ไม่นานก็จะตื่น ในบางคนอาจตื่นแล้วกลับหลับอีกไม่ได้
➤ชนิดที่ 3 หลับๆตื่นๆ : จะมีอาการลักษณะ รู้สึกคล้ายไม่ได้หลับเลยทั้งคืน เพียงแต่เคลิ้ม ๆ ไปเป็นพัก ๆ เท่านั้น
             ซึ่งผู้เป็นโรคนอนไม่หลับอาจจะมีอาการเพียงข้อใดข้อหนึ่ง หรือมีหลายข้อรวมกันก็ได้ และแน่นอนเมื่อมีอาการนอนไม่หลับในช่วงตอนกลางคืนนั้น  ก็จะส่งผลกระทบในตอนกลางวันทำให้รู้สึกอ่อนแรง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ไม่มีสมาธิ ง่วงซึม เป็นต้น       

            การพบเจอปัญหาต่างๆ เรื่องราวต่างๆในชีวิตมากมาย เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว ปัญหาของสังคม เป็นบ่อเกิดความเครียด เกิดความว้าวุ้นใจ ความคิดฟุ้งซ่าน เกิดการขาดสมาธิ โกรธ และหงุดหงิดได้ง่าย มีผลต่อชีวิตประจำวัน   ความเครียดยังมีผลโดยตรงต่อการนอนไม่หลับ ทำให้หลับยาก คิดไม่หยุด 
         ➤ ผู้คนมากมายต่างเสาะหาวิธีการที่เป็นธรรมชาติ ที่จะทำให้ตนเองพบความสงบมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้  
          แต่ในยุคแห่งอาหารสุขภาพ ที่มีงานวิจัยค้นคว้ามาเป็นอย่างดี ยังมีแนวทางที่มีประสิทธิภาพอีกวิธีหนึ่ง คือ การรับประทาน
                                             L-Theanine  แอล-ธีอะนีน

แอลธีอะนีน กรดอะมิโนจากชาเขียว เพิ่มคุณภาพการหลับ

ช่วยส่งเสริมให้คุณภาพการหลับดีขึ้น หลับสนิทมากขึ้น
           
     สมองดีเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมก่อนวัย และทำอย่างไรจึงจะทำให้สมองยังคงดีอยู่กับเราตลอดชีวิต
               การเลือกรับประทานอาหารที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยดูแลสมอง เริ่มต้นดูแลสมองของคุณด้วยอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสมองและความจำจะได้อยู่กับเราไปนานๆ   มนุษย์เก็บความทรงจำประเภทต่างๆ สำหรับช่วงเวลาซึ่งแตกต่างกันไป ความทรงจำระยะสั้นคงอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาทีจนถึงชั่วโมง  ขณะที่ความทรงจำระยะยาวอยู่กับเราไปนานหลายปี  ให้ความทรงจำดีๆอยู่กับเราไปตลอดชีวิต


สินค้าแนะนำ (RECOMMENDED)
▷ คลิกดูข้อมูลสินค้าแนะนำในหมวดหมู่อื่น ๆ 🔽



Contact
Lorem ipsum dolor sit amet, consetetur sadipscing elitr, sed diam nonumy eirmod tempor invidunt 

ut labore et dolore magna aliquyam erat, sed diam voluptua.
Company name, Glasglow 40 Fe 72.
+66 265 8822 , +66 326 3695
Email: [email protected]
Visit 7607 
Presented by healthygiftsforlife.com
  โทร   สอบถาม